ชื่อวิทูลย์
เบอร์โทร093-3361910
line
 21:15   suradej
22:11   สราวุฒิ
14:27   ธเนตร
15:03   orathai
21:06   Thananchai
07:06   นิสิต
21:56   Suratchada
12:59   รัตนชาติ
22:14   ธีรวัจน์
15:44   เฉลิมพล
20:40   เดชณรงค์
09:49   ฤทธิชัย
10:15   อภิเดช
15:28   วีรชัย
 

Username

Password










Flag Counter 
     
สถิติวันนี้ 4 คน
สถิติเมื่อวาน 56 คน
สถิติเดือนนี้ 
สถิติปีนี้ 
สถิติทั้งหมด
738 คน
37425 คน
3106298 คน
เริ่มเมื่อ 2014-08-21


สัตว์น้ำหายาก วิธีการเลี้ยงหอยขม(หอยจุ๊บ) 
ในกระชัง ในบ่อดิน และในร่องสวน ที่ให้ผลผลิตมาก และรายได้ดี!!!


การเลี้ยงหอยขม

การเลี้ยงหอยขมในสถานที่ต่างๆ หอยขมเป็นหอยฝาเดียวอาศัยในน้ำจืดมีขนาดเล็ก เปลือกเป็นเกลียวกลมยอด แหลม เปลือกหนาและแข็ง ผิวชั้นนอกเป็นสีเขียวแก่ ฝาปิดเปลือกเป็น แผ่นกลม ตีนใหญ่ จะงอยปากสั้นทู่ ตามีสีดำอยู่ตรงกลางระหว่างโคนหนวด ตัวผู้ มีหนวดเส้นข้างขวาพองโตกว่าเส้นข้างซ้าย ลักษณะพิเศษของหอยชนิดนี้ จะมี อวัยวะเพศทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน ออกลูกเป็นตัว และผสม พันธุ์ได้ด้วยตัวของมันเองเมื่ออายุได้ 60 วัน หอยขมออกลูกเป็นตัวครั้งละ ประมาณ 40-50 ตัว ลูกหอยขมที่ออกมาใหม่ๆมีวุ้นหุ้มอยู่ แม่หอยขมจะใช้หนวด แทงวุ้นจนแตก เพื่อให้ลูกหอยหลุดออกจากวุ้น ลูกหอยขมสามารถเคลื่อนไหวได้ ทันทีเมื่อออกจากตัวแม่ จะพบเห็นชุกชุมอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคม หอย ขมชอบอาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่นในคู คลอง หนอง บึง ที่น้ำไม่ไหลแรงและเป็นน้ำ นิ่ง มีระดับความลึกตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร มักเกาะอยู่กับพันธุ์ ไม้น้ำ เสาหลัก ตอไม้ หรือตามพื้น กินอาหารพวกสาหร่าย และอินทรีย์สาร ใบไม้ ใบหญ้าผุๆในน้ำ รวมทั้งซากอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยและผงตะกอนที่จมอยู่ตามผิว ดิน หอยขมเป็นสัตว์น้ำที่ให้คุณค่าทางอาหาร มีโปรตีน 12 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบ ไฮเดรต 4 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 2 เปอร์เซ็นต์ และความชื้น 78 เปอร์เซ็นต์ จึง เหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหารแต่ก่อนรับประทานควรทำให้หอยขมสุกเต็มที่ เนื่อง จากหอยขมมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในลำไส้ เมื่อเข้าสู่คนแล้วสามารถเจริญเติบ โต

การเลี้ยงในกระชัง

โดยใช้กระชังไนล่อนชนิดตาถี่ทำเป็นรูปกระชัง ขนาด 3 คูณ 6 เมตร สูง 120 เซนติเมตร นำกระะชังไปผูกในแหล่งน้ำด้วยการให้มุมล่างและมุมบนของกระชังทั้งสี่ด้านยึด ติดกับเสา 4 ต้น หรือเพิ่มตรงกลางความยาวของกระชังอีกด้านละต้นรวมเป็น 6 ต้น ขอบบนของกระชังอยู่เหนือระดับน้ำ 20-30 เซนติเมตร อย่าให้ก้นกระชังติดพื้นดิน เพราะจะทำให้ก้นกระชังจมโคลน เมื่อผูกกระชังเรียบร้อยแล้วใส่ทางมะพร้าวสดขนาดยาว 1 เมตร ลงไป 2-3 ทางพยายามอย่าให้ทางมะพร้าวทับกัน และควรผูกไว้เพื่อไม่ให้ทางมะพร้าวทับก้นกระชังอาจทำให้เกิดการฉีดขาดของกระ ะชังได้ จากนั้นจึงใส่หอยขมขนาดใหญ่ หรือขนาดโตที่ใช้รับประทานโดยทั่วไป ลงไป 2 กิโลกรัมต่อกระชัง โดยคัดเลือกหอยขมที่ยังสด ซึ่งสังเกตได้จากการนำหอยขมไปแช่น้ำทิ้งไว้ ถ้าหอยขมคว่ำตัวติดกับภาชนะแสดงว่าหอยขมยังมีชีวิตอยู่ หลังจากใส่หอยขมแล้ว วันที่สองยกทางมะพร้าวขึ้นดูจะพบหอยขมเล็กๆ เกาะอยู่ตามทางมะพร้าว ทางมะพร้าวที่แช่อยู่ในน้ำนานๆจะเน่าเปื่อยผุพัง จึงควรเปลี่ยนทางมะพร้าวใหม่เดือนละ 2 ครั้ง หอยขมที่เลี้ยงในกระชังจะเกาะกินตะไคร่น้ำและซากเน่าเปื่อยอยู่ตามทาง มะพร้าว ตลอดจนบริเวณด้านข้างและก้นกระชัง โดยมิต้องให้อาหารเสริมแต่อย่างใด หลังจาก 2 เดือนจึงทยอยคัดเลือกเก็บตัวใหญ่ขึ้นมารับประทานหรือจำหน่ายเพื่อไม่ให้หอย ขมอยู่กันหนาแน่นเกินไป จะทำให้หอยขมเจริญเติบโตช้า

การเลี้ยงหอยขมในกระชัง ทำได้ 2 วิธี

วิธีที่ 1

ใช้กระชังที่ทำด้วยมุ้งไน ล่อน ขนาดกระชังขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น ถ้ากระชังขนาด 10 ตร.ม.นำกระชังกางในบ่อดิน ให้ขอบบนของกระชังอยู่เหนือระดับน้ำ 20 – 30 ซม. ใส่ทางมะพร้าว 2 – 3 ทางเพื่อให้หอยขมเกาะ จากนั้นนำหอยขมตัวเต็มวัยใส่ลงไปประมาณ 2 ก.ก.
ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปปลากินพืชอัตรา 2% ต่อน้ำหนักตัว จากนั้น 1 เดือนก็เริ่มทยอยเก็บหอยขมตัวใหญ่ขายไปเรื่อยๆ

วิธีที่ 2

เหมือนวิธีที่ 1 แต่หลังจากใส่พ่อ แม่หอยขมลงในกระชังแล้ว วันที่ 2 รวบรวมลูกหอยขมไปอนุบาลในกระชังอื่นประมาณ 15 วัน แล้วนำมาเลี้ยงต่อ อัตราการปล่อย 300 – 400 ตัว/ตารางเมตร ให้อาหารเม็ดปลากินพืชอัตรา 2%ต่อน้ำหนักตัว ระยะเวลา 2 เดือน ก็สามารถขายได้

การเลี้ยงในร่องสวน

เริ่มแรกปล่อยพันธุ์หอยขมขนาดประมาณ 60 ตัว ต่อกิโลกรัม จำนวน 2 กิโลกรัม โดยการตัดทางมะพร้าวขนาด 1-2 เมตรปักลงไปเป็นจุดๆให้ทั่วร่องสวน เมื่อทางมะพร้าวเน่าเปื่อยหรือมีตะไคร่จับ หอยก็จะเข้ามาเกาะและกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารใดๆ ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 6 เดือน จากจำนวนที่ปล่อย 2 กิโลกรัม ระยะเวลาการเลี้ยง 6 เดือน จะได้ผลผลิตหอยรวมทั้งหมดประมาณ 100 กิโลกรัม



การเลี้ยงในบ่อดิน

หอยขมอยู่ได้ในน้ำตั้งแต่ ระดับน้ำ 10 ซม. ถึง 2 เมตร พื้นเป็นดินทรายหรือโคลนตม ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือน้ำที่ไหล ไม่แรงมากนัก และชอบอยู่บริเวณร่มเย็น
การเลี้ยงในบ่อดิน สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ได้แก่ปลานิล ตะเพียนขาว วิธีการเลี้ยงโดยการนำหอยขมตัวเต็มวัย ใส่ลงในบ่อดินทำหลักไม้ไผ่ปักเป็นจุดๆ หรือใช้ทางมะพร้าวใส่ลงไป ให้หอยขมเกาะตามความเหมาะสม จากนั้นก็ให้อาหารปลาตามปกติ เศษอาหารและมูลของปลาก็จะเป็นอาหารหอยขมต่อไป หลังจากนั้นทุกๆ 15 วันเริ่มเก็บหอยตัวใหญ่ออกจำหน่ายต่อไป



การเก็บเกี่ยวผลผลิต

การเก็บเกี่ยวผลผลิตหอยขมสามารถกระทำได้ง่ายมาก โดยการยกทางมะพร้าวขึ้นมาหรือยกขอบกระชังขึ้นมาก็จะพบหอยขมเกาะอยู่ตามทาง มะพร้าวหรือบริเวณด้านข้างกระชัง ซึ่งทำให้สามารถคัดเลือกเก็บหอยขมได้ตามขนาดและจำนวนที่ต้องการ
ส่วนที่เลี้ยงในท้องร่อง อาจจะใช้สวิง ตาห่างคราดเก็บเอาก็ได้

เคล็ดลับการเก็บหอยขม

ให้นำยางนอกรถมอเตอร์ไซค์ลงแช่ในบ่อเลี้ยงหอยขมแล้วหอยขมจะจับจนเต็มยางรถช่วยให้สะดวกในการเก็บและประหยัดเวลาได้ด้วย

ส่งเสริมการทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองได้

โดย คุณวิทูลย์ แสนอุบล






                 ไผ่ ยักษ์ปลูกง่ายดูแลไม่ยาก ไม่ต้องใช้น้ำมาก ทนแล้ง ทุกส่วนสร้างเงินได้ เพียงปีแรกเก็บหน่อไม้ซึ่งมีรสชาติอร่อยขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท รอจน 3-5ปี นำไม้ไปทำเฟอร์นิเจอร์ได้ และหากขยายพันธ์ขายเหมือนที่ธูปทำอยู่ ซึ่งใช้เวลาถึง 8 ปีพัฒนาการขยายพันธ์ให้รอดเกินร้อยละ 90 จนขายได้ต้นละ 4 ร้อยบาท ปีนึงขายได้เกือบ 2 หมื่นต้น รับเงินล้านได้ไม่ยาก ตอนนี้ธูปค่อยๆ ขยายการปลูกไผ่ไปหลายร้อยไร่และเตรียมขยายเป็นธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตรชม ความมหัศจรรย์ของไผ่ได้อีกทาง โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน เร่งส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่การปลูกไผ่ไปแล้วกว่า 300 ราย เพราะเทียบกันแล้ว ไผ่สามารถทำเงินได้มากกว่าพืชชนิดอื่นหลายเท่า ไผ่ธรรมชาติที่มีน้อยลง จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรที่จะหันมาปลูกไผ่สร้างรายได้ ทั้งเน้นกินหน่อ เน้นใช้ไม้ หรือได้ทั้งสองอย่าง หากเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับตลาดและต่อยอดสร้างมูลค่าได้ ก็กลายเป็นเกษตรกรเงินล้านได้ไม่ยาก.

         ไผ่ยักษ์น่าน ผมปลูกที่อุบล สองปีกว่า ตอนนี้โชว์หน่อ เส้นรอบวง15 นิ้ว (นั่นคือ ถ้าหน่อ15 นิ้ว ก็จะขึ้นลำ15 นิ้ว)และขึ้นลำเส้นรอบวง 15นิ้ว  เราควรรู้ว่าไผ่พันธ์ไหนก็ตามในโลกนี้ เมื่อเราใช้การเพาะเม็ดหรือกิ่งพันธ์ มาปลูก ไม่มีพันธ์ไหนในโลกที่ปลูกปีเดียวแล้วขึ้นหน่อเท่ากับลำจริงเขาต้องค่อยๆ สะสมขุมกำลัง(ระบบรากและใบ)เพื่อจะค่อยๆออกหน่อโตปีต่อปีเป็นระยะตามเวลาที่ ผ่านไปเป็นปี
หรือแม้แต่ท่านขุดเหง้ายักษ์น่าลำโตเต็มที่อย่างที่เห็นคุณ โต้งโพสรูปมา ขายเหง้าละหมื่นบาท  ไผ่เหง้ายักษ์ นั้นก็ต้องไปสร้างระบบราก ลำ กิ่งใบ ใหม่ เพื่อที่จะค่อยๆออกหน่อ เป็นลำ เป็นปีๆไป  เช่น
      ปลูกไปปีแรก หน่ออาจโตเพียงแค่เส้นรอบวง 10นิ้ว เพื่อขึ้นลำโตแค่10นิ้ว
      ปีที่สอง (ถ้าดินน้ำแดดพอเพียง) หน่อที่เกิดมาอาจโเส้นรอบวง 15 นิ้ว
      ปีที่สามหน่อก็จะโต 20-25นิ้ว
      ปีที่สี่หน่ออาจโต 30-35 นิ้ว
      ปีที่ห้าหน่ออาจโต 40-50นิ้ว หรือโตเต็มที่ ตามลักษณะของสายพันธ์

     นั่นคือทุกๆปีสภาพ ดินน้ำแดด ต้องเหมาะสม กับการเติบโตของ หน่อ ขึ้นลำแตกกิ่ง ใบ ตามลำดับ

      และต่อให้ขุดเหง้ายักษ์น่าน แล้วไปปลูก ในสภาพแวดล้อมเดียวกับกอพันธ์(ง่ายๆครับ ห่างจากกอแม่สัก สิบเมตรก็ได้)ยังไงก็ต้องใช้เวลา ในการที่จะโตเต็มวัย

      ส่วนไผ่ลำเดียว (p.edulis) ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง  ไม่เหมาะกับภาคอีสาณครับ สามปีที่ผ่านมาผมสั่งเม็ดไผ่ลำเดี่ยวมาหลายครั้ง(หลายคนขาย) รวมๆเป็นแสนเม็ด ปลูกมาสามปี ทั้งในสภาพแวดล้อมลงดินตามธรรมชาติ หรือสภาพที่ดูแลดีเป็นอย่างยิ่ง(ยิ่งกว่าคนไข้ในห้องไอซียู) ผมยอมแพ้ครับ ยอมรับว่าไผ่สายพันธ์นี้ไม่เหมาะกับอากาศร้อนแล้งแบบภาคอีสาณครับ  หรือแม้แต่ภาคเหนือแปลงทดลองของทางการ(ลองไปค้นๆดูครับ) ปลูก ยี่สิบปี ลำโตแค่ไผ่กิมซุ่ง
ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ยังไงก็ไม่คุ้มครับ  ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่อยากทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างเพื่อให้เห็นไผ่ลำ เดี่ยวโตเหมือนสภาพแวดล้อมในถิ่นกำเหนิดจริงๆ
       นั่นคืออาจต้องสร้างเรือนเพาะชำขนาดใหญ่ ติดแอร์ ปรับสภาพแวดล้อมเหมือนเมืองจีน  ประมาณว่าซื้อไวน์ขวดละ ยี่สิบห้าล้านบาท มาจิบสามอึก แล้วก็สะใจ(ทำไงได้คนมีตังค์พันล้านแสนล้าน แค่ไวน์ขวดละยี่สิบห้าล้าน จะเป็นไรไป)  อันนั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งครับ

        ผมรักไผ่ทุกสายพันธ์ แต่จะมีความสุขเพิ่มขึ้น ถ้าไผ่สายพันธ์นั้นตอบสนองสิ่งที่เราลงทุนไปบ้าง  แต่เจ้าลำเดี่ยว ผมยอมจ่ายค่าเครื่องบินแล้วไปชื่นชมเขาที่ถิ่นกำเหนิด ดีกว่าจะพยายามแล้ว ว่างเปล่า คุ้มค่าแค่ว่าเราได้รู้ว่าลำเดี่ยวกับภาคอีสาณ(อุบล) อย่าดีกว่า ปลูกยักษ์น่านมีความสุขกว่าเยอะ



 



ศูนย์รวมธุรกิจ E-commerce สินค้าและบริการ (สมาชิกลงโฆษณาฟรี)





www.thai1ecommerce.com  เปิดโอกาสให้สมาชิก ลงโฆษณาฟรี
สำหรับผู้ที่สนใจที่จะลงโฆษณาติดต่อ call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รายได้มหาศาลไม่ได้ถูกสร้างจากการทำงานหนัก แต่ถูกสร้างด้วยการ
ทำงานอย่าง "ชาญฉลาด"เคล็ดลับการทำเงินอย่างต่อเนื่อง ให้กับคุณ
ด้วยระบบของเรา หากคุณ...ต้องการสร้างผลลัพธ์ให้กับตัวเอง 
ต้องการรายได้แบบ Passive Income

ถั่วดาวอินคา มีผลผลิตที่สูงมากกว่า 4,000-5,000 กิโลกรัมต่อ 6 ไร่
มีความต้องการทางตลาดโลกสูง จึงมีการรับประกันราคาซื้อ อยู่ที่
กก.ละ 50 บาท ต้นทุนในการลงทุนครั้งแรกต่ำ การเก็บเกี่ยว 7-8 เดือน
ผลผลิตที่มีความยาว 15 - 50 ปี
 


เทคนิคการปักชำอย่างง่าย
วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์และบ่อพลาสติก
- การเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด รายได้เดือนละ 100,000 บาท





 
  

จำหน่ายกิ่งพันธุ์ไผ่กิมซุง ไผ่อินโดจีน ไผ่ไต้หวัน ไผ่บงหวาน ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่ยักเมืองน่าน


        

Copyright (c) 2014 by  www.thai1ecommerce.com
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550