ชื่อวิทูลย์
เบอร์โทร093-3361910
line
 21:15   suradej
22:11   สราวุฒิ
14:27   ธเนตร
15:03   orathai
21:06   Thananchai
07:06   นิสิต
21:56   Suratchada
12:59   รัตนชาติ
22:14   ธีรวัจน์
15:44   เฉลิมพล
20:40   เดชณรงค์
09:49   ฤทธิชัย
10:15   อภิเดช
15:28   วีรชัย
 

Username

Password










Flag Counter 
     
สถิติวันนี้ 22 คน
สถิติเมื่อวาน 53 คน
สถิติเดือนนี้ 
สถิติปีนี้ 
สถิติทั้งหมด
1541 คน
34417 คน
3103290 คน
เริ่มเมื่อ 2014-08-21


เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้า ให้ใหญ่ยักษ์

กล้วยน้ำว้า ปลูกไว้ดูสวยงาม และ อิ่มได้สะบายท้อง

ของกล้วยๆๆ     เราอาจได้ยินกันบ่อยครั้ง เราเองก็พูดบ่อยครั้ง แต่เราก็ไม่ได้คิดถึงต้นกำเนิดหรือต้นตอ ของคำคำนี้ ผมเองก็เพิ่งมาเข้าใจตอนที่ได้ปลูกกล้วย ไว้ดูเล่น และ ฆ่าเวลายามว่าง แต่สิ่งที่ได้เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี มันตอบแทนเกินที่จะลืมคุ้ม และจะลืมลงได้ เลยต้องมาเล่าสู่กันฟังครับ

          

วิธีการปลูก

                จริงๆๆแล้ว ก็คงไม่ต้องมีวิธีการอะไรมากมาย แบบเป็นทางการกันนะครับ แค่เรามีที่ 1 X 1 ตารางเมตร ก็เพียงพอ ที่จะสามารถปลูกกล้วย ไว้เป็นไม้ประดับ สวยๆๆ ไว้โชว์ ให้หน้าบานได้แล้วครับ หลายท่านอ่านคงงง ว่าแค่ปลูกกล้วยทำไมถึงขั้นหน้าบานเชียวหรือ ทีแรกผมก็คิดอย่างทุกๆๆคน แต่ที่ทำให้หน้าาบานจริงๆๆเพราะ เพื่อนบ้านเรา ลูกค้า และคนที่ผ่านไปผ่านมา ก็ต้องหันมาร้องอูฮู้ และถามกันว่าทำไม่ใหญ่จัง พันธุ์อะไร เอามาจากไหน ขอหน่อ หรือขอซื้อหน่อได้ไหม

 หลุมปลูก

             หลังจากเราเล็งที่ปลูก ได้ที่ประมาณ 1 X 1 ตารางเมตร เรียบร้อยแล้ว ก็ขุดหลุม ประมาณ 50 X 50 X 50 เซ็นติเมตร ( กว้าง X ยาว X สูง ) ถ้ามีปุ๋ยคอก ก็ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมสัก 1 - 2 ถ้วยแกง เอาแบบง่ายๆๆเลยครับ หรือไม่มีปุ๋ยคอก ก็หาซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน 1-2 ถ้วย ก็ได้ครับ เท่านี้หลุมก็


พันธุ์

           พันธุ์กล้วยผมเองก็เคยได้ยินมามากมายหลายพันธุ์ เช่น มะลิอ่อง น้ำว้าขาว และอีกมากมาย แต่สวนตัวผม ไม่ได้คิดว่าไม่สำคัญ แต่คิดว่าพันธุ์กล้วยน้ำว้าบ้านๆที่เรามีกันอยู่ ทั้วทุกภาค ทุกบ้านก็ถือว่าดีพออยู่แล้ว แต่สำคัญที่เราจะดูแล ให้เขาเป็นกล้วยประดับรับ หน้าแขกของเราได้นั้น ถือเป็นการดูแลเอาใจใส่ มาที่ 1 ครับ แต่ถ้าไครอยู่ในเมือง ไม่สามารถหาเอาตาม บริเวณบ้านได้ ก็ให้หาซื้อ หรือขอซื้อมาสัก 1 หน่อก็พอที่จะมาทำไม้ประดับ แบบหน้าบานอิ้มท้องกันแล้วครับ


การดูแลบำรุงรักษา

                      เท่านี้ก็ปลูกเรียบร้อยครับ ที่นี้ก็อยู่ที่การดูแลแล้วครับ แต่สวนผมคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีความสุขที่สุด เพราะเราจะได้คอยดูมันแตกใบ แตกหน่อ แล้วก็โตวันโตคืน พอเริ่มปลูกอาทิตเดียวใบก็จะเริ่มแตก แล้วก็เริ่มโตแต่ก็เป้นช่วงที่สำคัญครับดังนั้นผมจะจัดเป็นลำดับการดูแลรักษาดังนี้นะครับ

                      1.การรดน้ำ  ให้รดน้ำทุก 2 - 3 วัน แต่ถ้าฝนตกเราก็งดการรดน้ำ นอกจากนี้กล้วยก็ยังเป็นพืชที่ เจริญเติบโต ในเขตภูมิประเทศบ้านเราได้ดีอยู่แล้ว หากขาดการดูแลรักษา หรือ จะไปธุระสักอาทิตสองอาทิต ก็ยังอยู่ได้สะบายๆ โดยเราไม่ต้องเป็นห่วง

                      2.การใส่ปุ๋ย  จริงๆๆ แล้ว ปุ๋ยอะไรก็ได้นะครับ แล้วแต่เท่าที่เราจะสะดวก หาซื้อง่ายใกล้มือ ก็เอาเป็นว่าถ้าเราใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ก็ให้ใช้อัตราการใส่ปุ๋ย 1 กิโลกรัม ต้น/ปี แบ่งใส่ 3 เดือนครั้ง ครั้งละ 250 กรัม แต่ถ้าจะ ใส่มากกว่านั้นก็ไม่ว่ากัน เอาขั้นต่ำไปแล้วกันนะครับ
                         2.1 ใส่ปุ๋ยหลังปลูก 1 สัปดาห์ ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15 
                         2.2 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 1 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15 
                         2.3 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 2 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15 
                         2.4 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 3 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 13-13-21
                         2.5 ปุ๋ยพืชสด เมื่อกล้วยออกเครือจนเราสามมารถตัดได้ เราก็นำต้นเก่า มาสับให้เป็นชินเล็กๆ แล้วมาใส่ก็จะมีขอดีตรงที่เราจะได้ ช้วยป้องกันความชื่น และในระยะยาวยังเป็นปุ๋ยให้กับต้นใหม่อีกด้วย


                       3.การตัดแต่งหน่อ และ ใบแก่  

                         การไว้หน่อ และ การตัดแต่งหน่อก็มีความสำคัญในการปลูกกล้วยมากครับเพราะจะให้ต้นโต หรือ ต้นสมบูรณ์ดี พร้อมส่งผลไปถึง ลูก หรือ เครือกล้วยด้วย  หากเราไม่ตัดแต่งหน่อกล้วยออกทิ้ง ก็จะกลายเป็นกล้วยแคระแกรนไปเลยก็ได้
                         3.1 การตัดแต่งหน่อ   ให้ตัดแต่หน่อกล้วยที่ขึ้นมาในทุกๆช่วง อยู่ตลอด หากยังไม่ถึงช่วงการไว้หน่อ
                         3.2 การตัดแต่งใบกล้วยที่ เหลืองเกิน 50 % ทิ้งไป พร้อมทั้งตัดใบที่งอหักลงไปด้วย เท่านี้ก็จะทำให้ ต้นกล้วยของเราดูไม่รกรุงรัง และ ดูสวยงามอีกด้วย 

    
            การไว้หน่อกล้วย  เราจะไว้หน่อแรก เมื่อกล้วยของเราอายุ 4 เดือนไปแล้ว และ หน่อต่อๆๆไปทุก 4 เดือน   แต่ในช่วงการออก ปลีกล้วยเราจะงด การไว้หน่อ เพื่อให้ผลกล้วย และ เครือสมบูรณ์ดี   

     

โรค และ แมลง

                 โดยรวมแล้ว โรค ในกล้วยก็จะมีน้อยมาก ที่โรคหลัก ในที่ปลูกกล้วยมาก ก็จะเจอ โรคไฟทอปโทร่า หรือ ที่เรียกเชื้อไฟทอปโทร่า  อาจทำให้ราก เน่า โคนเน่า ใบเหลืองแห้ง หรือที่เรียกว่าตายพราย และ ก็มีหนอนม้วนใบ แต่ในที่นี้ผมจะไม่กล้าวถึง เพราะเราปลูกไม่มาก แค่ปลูกสวยงาม และ หลักๆๆแล้วถ้าเราดูแลจนสมบูรณ์โรค ก็เข้าทำลายได้ยากมาก ( การกำจัดโรคเชื้อไฟทอปโทร่า ผมจะนำมาลงในบล๊อคต่อไปนะครับ เพราะผมคิดว่าผมมีของดีที่ เป็นเพชฆาต ซึ่งเป็นคู่ปรับ กันแบบเอาอยู่ทีเดียว ไว้ติดตามกันนะครับ )

          เพียงเท่านี้เราก็จะได้กล้วยน้ำว้า แบบสวยงาม และ ไว้โชว์หน้าบ้าน หน้าร้าน หรือคนที่เรารู้จัก นอกจากนี้ก็ยัง ใช้เป็นของฝาก ที่มีความตั้งใจจริง เพราะต้องดูแล กว่าจะได้มาซึ่งของฝาก พร้อมทั้งหน้าบานเหมือนที่ผมได้กล่าวข้างต้น พร้อมทั้งยังได้เพื่อนข้างๆบ้านเราไว้ดูแลบ้านเราด้วย ดังนั้นผมจึงเอาภาพ และ สถิติ กล้วยน้ำว้าของผมที่ปลูกหน้าร้านมาฝากกันครั

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก และลำต้นกล้วยน้ำว้า
               กล้วยน้ำว้า เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นสูง 3.0- 4.5 เมตร ลำต้นแท้จะเป็นส่วนหัว/เหง้าที่อยู่เหนือดินเล็กน้อย หรือ ฝังอยู่ใต้ดิน เหง้ากล้วยน้ำว้าสามารถแตกหน่อแยกเป็นต้นใหม่ได้ ส่วนลำต้นเหนือดินที่เป็นลำต้นเทียมประกอบด้วยกาบใบ และใบ โดยกาบใบจะแทงออกจากเหง้าเรียงซ้อนกันแน่นเป็นวงกลมจนกลายเป็นลำต้นตามที่มองเห็น แผ่นกาบด้านนอกที่มองเห็นจะมีสีเขียว และมีสีดำประเล็กน้อย กาบใบเป็นแผ่นโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม โดยมีแกนกลางเป็นกาบอ่อนเรียงซ้อนกัน แต่เมื่อกล้วยออกปลี/ดอก แกนกลางจะกลายเป็นแก่นกล้วยแทน ขนาดของลำต้นเทียมประมาณ 15-25 ซม.

               ส่วนรากล้วยจะมีเพียงระบบรากแขนงที่แตกออกจากเหง้ากล้วย รากแขนงนี้มีลักษณะเป็นเปลือกหุ้มสีดำ แก่นรากมีสีขาว ขนาดของรากประมาณ 0.5-1 ซม. หรือ ขนาดประมาณเท่านิ้วก้อย

ใบกล้วย/ใบตอง
              ใบกล้วยเป็นส่วนที่ถัดจากกาบกล้วย ประกอบด้วยส่วนก้านใบ และใบ ก้านใบมีความยาวประมาณ 0.5-1 เมตร ถัดมาจะเป็นส่วนใบ หรือเรียก ใบตอง ซึ่งเป็นแผ่นเดียวกัน ซ้าย-ขวา ที่ถอดยาวไปจนถึงปลายใบยาว 1.5-2 เมตร แผ่นใบหรือใบตองที่เป็นยอดอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน และตั้งตรง เมื่อแก่จะมีสีเขียวสด และก้านใบโน้มลงด้านล่าง แผ่นใบมีลักษณะเรียบ แผ่นใบด้านบนมีสีเขียวสด และเป็นมัน ส่วนแผ่นใบด้านล่างมีสีเขียวอมเทา ความยาวของแผ่นใบแต่ละข้างจะยาวเท่ากันประมาณ 25-30 ซม.

ดอก และผลกล้วยน้ำว้า
                 ดอกกล้วยจะแทงออกที่ปลายยอด มีลักษณะเป็นช่อห้อยลง เรียกว่า เครือกล้วย โดยเครือกล้วยประกอบด้วยใบประดับสีแดงหุ้มดอกไว้ เรียกว่า ปลีกล้วย มีลักษณะค่อนข้างป้อมเมื่อเทียบกับปลีกล้วยชนิดอื่น ใบประดับส่วนปลายม้วนงอ แผ่นใบประดับด้านนอกบริเวณส่วนบนมีสีแดงม่วง ส่วนล่างมีสีแดง แผ่นใบประดับด้านในมีสีครีม ส่วนดอกที่อยู่ด้านในจะมีหลายดอกย่อยเรียงซ้อนกันเป็นแผง เรียกว่า หวี โดยกล้วยน้ำว้า 1 เครือ จะมีหวีกล้วยประมาณ 7-12 หวี แต่ละหวี มีผลกล้วยประมาณ 10-16 ผล

                  ผลกล้วยจะเจริญจากดอก ผลอ่อนมีลักษณะเปลือกผลสีเขียว และเป็นเหลี่ยม ผลห่ามจะมีเหลี่ยมน้อยหรืออวบกลม ไม่มีเหลี่ยม และจะมีสีเขียวอมเทา ส่วนผลสุก เปลือกผลจะค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

                  เนื้อกล้วยที่ถัดจากเปลือกผล เมื่อยังอ่อนจะมีสีขาว เนื้อแน่นเหนียว แต่หากสุกจะมีสีเหลืองอ่อน เนื้อสุกมีลักษณะอ่อนนุ่ม ให้รสหวาน แต่ไม่ส่งกลิ่นหอมเหมือนกล้วยชนิดอื่น เช่น กล้วยหอม

สวนกล้วยน้ำว้า

การนำมาใช้ประโยชน์
           เนื่องจากกล้วยน้ำว้ามีลักษณะลำต้น และใบที่มีขนาดใหญ่กว่ากล้วยชนิดอื่นๆ จึงนิยมนำส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่
          1. กล้วยน้ำว้าสุก
              – กล้วยน้ำว้าสุก นำมารับประทานเป็นผลไม้
              – กล้วยน้ำว้าสุกใช้ทำเป็นขนม ของหวานต่างๆ อาทิ กล้วยเชื่อม กล้วยบวชชี มีลักษณะสีเหลืองทั้งเปลือก และเนื้อ มีรสหวาน เหนียวนุ่ม นำมารับประทานเป็นผลไม้ และทำขนมหวาน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล้วยตาก หรือ ข้ามต้มมัด เป็นต้น
              – นำมาใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ทำบุญบ้าน พิธีเข้าพาขวัญ/สู่ขวัญ เป็นต้น
              – กล้วยดิบหรือกล้วยห่าม นำมาปอกเปลือก และนำผลไปตากแห้ง แล้วบดเป็นผงกล้วยสำหรับใช้ประกอบอาหารหรือทำขนมหวาน
          2. กล้วยน้ำว้าดิบ
             – นำมาแปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ทอด และโรยน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม
             – ผลกล้วยน้ำว้าดิบนำมาปอกเปลือก หั่นผลบางๆ แล้วนำมาตำรวมกับมะยม
         3. ลำต้นหรือหยวกกล้วยอ่อน
             – นำมาปรุงอาการ เช่น หมกหยวกกล้วย แกงหยวกกล้วย เป็นต้น
             – นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ ที่ส่วนมากนิยมใช้เลี้ยงสุกร
         4. ปลีกล้วย
            – ปลีกล้วย นำมาประกอบอาหาร เช่น ยำหัวปลี แกงหัวปลีใส่ปลา ห่อหมกหัวปลีใส่ไก่ เป็นต้น
            – ผลอ่อนที่ได้จากการตัดปลีกล้วย ใช้จิ้มน้ำพริกหรือรับประทานสดเป้นเครื่องเคียง
         5. ใบกล้วยหรือใบตอง
             – นำมาห่ออาหารหรือห่อปรุงอาหาร เช่น ห่อหมกต่างๆ
             – ใบกล้วยทีเหลือจากการตัดเครือหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาเป็นอาหารสัตว์ เช่น ใช้เลี้ยงสุกร และโค เป็นต้น
             – ใบกล้วยใช้ทำเครื่องเล่นเด็ก
             – ใบกล้วยใช้ทำเครื่องพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ใช้ทำพานบายศรีสู่ขวัญ หรือ ใช้ห่อกระทง เป็นต้น
             – ใบกล้วยที่แห้งคาต้น คนโบราณหรือคนในชนบทนิยมในปัจจุบันนำมาใช้มวนยาสูบ
         6. กาบกล้วย
             – กาบกล้วยสด นำมาฉีกแบ่งเป็นเส้นเล็กๆ สำหรับใช้แทนเชือกรัดของ
         7. ก้านกล้วย
             – ใช้ทำเครื่้องเล่นให้แก่เด็ก เช่น ม้าก้านกล้วย


กล้วยน้ำว้า


ตัดปลีกล้วย

ระยะการสุกของกล้วยน้ำว้า
ระยะที่ 1 ผลแข็ง เป็นเหลี่ยมชัดเจน เปลือกสีเขียว ทิ้งไว้จะไม่สุก
ระยะที่ 2 ผิวเปลือกเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวออกเหลืองเล็กน้อย
ระยะที่ 3 ผิวเปลือกเปลี่ยนสีเป็นเหลืองมากขึ้น แต่ยังมีสีเขียวมากกว่า
ระยะที่ 4 ผิวเปลือกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมากขึ้น และมีสีเหลืองมากกว่าสีเขียว
ระยะที่ 5 ผิวเปลือกบริเวณต้นผลเป็นสีเหลือง ส่วนปลายผลเป็นสีเขียว
ระยะที่ 6 ผิวเปลือกทั่วผลจะมีสีเหลืองทั้งหมด เป็นระยะผลสุกพอดี แต่ยังไม่มีกลิ่น
ระยะที่ 7 ผิวเปลือกมีสีเหลือง และเริ่มมีจุดสีดำหรือน้ำตาล เป็นระยะผลสุกเต็มที่ และเริ่มมีกลิ่นหอม
ระยะที่ 8 ผิวเปลือกมีสีเหลือง และมีสีดำหรือน้ำตาลกระจายทั่วผล เป็นระยะที่ผลสุกมากเกินไป เนื้อกล้วยจะอ่อนนิ่ม มีกลิ่นแรง และจะเริ่มเน่าภายใน 2-3 วัน

โรค และศัตรูกล้วยน้ำว้า
1. โรคตายพราย เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา มักเกิดกับกล้วยที่ปลูกได้ 3-4 เดือน ลักษณะจะพบใบล่างหรือใบแก่จะมีสีเหลืองบริเวณใบ และเหี่ยวแห้งตาย

2. โรครากเน่า เกิดจากเชื้อรา phytophthora หรือ sclerotium โดยจะเกิดใบเหลืองซีด และใบม้วนงอเมื่อถูกแดดจัด ใบและก้านใบเหี่ยวแห้งตาย ผลจะมีสีเหลืองคล้ายผลสุก และร่วงง่าย เมื่อขุดโคนต้นจะพบรากฝอยเน่า ถอดปลอก และลุกลามทำให้หัวกล้วยเน่า จนต้นล้มตาย

3. แมลงศัตรูต่างๆ เช่น ด้วงงวงไซเหง้า และต้น มวนร่างแห ด้วงเต่าทอง หนอนกระทู้ แมลงวันผลไม้ เป็นต้น



ส่งเสริมการทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองได้

โดย คุณวิทูลย์ แสนอุบล
โทร 093-3361910  
line: เพิ่มจาก  ID = copteriiz  เพิ่มจากหมายเลขโทรศัพท์  0884064021





 



ศูนย์รวมธุรกิจ E-commerce สินค้าและบริการ (สมาชิกลงโฆษณาฟรี)




www.thai1ecommerce.com  เปิดโอกาสให้สมาชิก ลงโฆษณาฟรี
สำหรับผู้ที่สนใจที่จะลงโฆษณาติดต่อ call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รายได้มหาศาลไม่ได้ถูกสร้างจากการทำงานหนัก แต่ถูกสร้างด้วยการ
ทำงานอย่าง "ชาญฉลาด"เคล็ดลับการทำเงินอย่างต่อเนื่อง ให้กับคุณ
ด้วยระบบของเรา หากคุณ...ต้องการสร้างผลลัพธ์ให้กับตัวเอง 
ต้องการรายได้แบบ Passive Income

ถั่วดาวอินคา มีผลผลิตที่สูงมากกว่า 4,000-5,000 กิโลกรัมต่อ 6 ไร่
มีความต้องการทางตลาดโลกสูง จึงมีการรับประกันราคาซื้อ อยู่ที่
กก.ละ 50 บาท ต้นทุนในการลงทุนครั้งแรกต่ำ การเก็บเกี่ยว 7-8 เดือน
ผลผลิตที่มีความยาว 15 - 50 ปี
 


เทคนิคการปักชำอย่างง่าย
วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์และบ่อพลาสติก
- การเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด รายได้เดือนละ 100,000 บาท





 
  

จำหน่ายกิ่งพันธุ์ไผ่กิมซุง ไผ่อินโดจีน ไผ่ไต้หวัน ไผ่บงหวาน ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่ยักเมืองน่าน

 
วิธีเพาะเชื้อเห็ดฟาง อย่างง่ายจากดอกเห็ดฟางสด ด้วยดัวเอง
 ปลูกกล้วยแบบธรรมชาติ เน้นตัดใบ ตัดเครือ ไม่เคยเสียเงินให้ปุ๋ยเคมี






        

Copyright (c) 2014 by  www.thai1ecommerce.com
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550